ประเด็น/แนวทาง กิจกรรม/วิธีการ
1. กฎ ระเบียบ นโยบาย ยึดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
1.1 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ได้กำหนดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดซื้อยา และ เวชภัณฑ์ดังนี้
ข้อ 60 ให้สั่งซื้อยาด้วยชื่อสามัญของยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ และหน่วยงานใน สธ. ต้องใช้เงินงบประมาณซื้อยา EDไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ข้อ 61 ยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาที่ GPO ผลิตให้ซื้อจาก GPO โดยราคายาต้องไม่สูงกว่าราคากลางเกิน ร้อยละ 3
ข้อ 62 ยา ED ที่ GPO มิได้ผลิต แต่มีจำหน่ายให้ซื้อจากที่ใดก็ได้โดย
  • วิธีสอบราคาหรือประกวดราคาให้แจ้ง GPO ทราบถ้าราคา GPO เท่ากับ หรือต่ำกว่า ให้ซื้อจาก GPO
  • วิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ให้ซื้อในราคา ไม่สูงกว่าราคากลางที่ สธ. กำหนด ( ภาคผนวก 1)
1.2 ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการ ซื้อยาและเวชภัณฑ์ ที่มิใช่ยาของหน่วยราชการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของหน่วยราชการในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข พ.ศ. 2529 และ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530 ได้ให้หน่วยราชการดำเนินการบริหารเวชภัณฑ์โดย
  • คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด (PTC) หรือคณะกรรมการอื่นตามที่ น.พ.สสจ.แต่งตั้ง
  • จัดทำบัญชีรายการยาของหน่วยงาน
  • จัดทำแผนจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ประจำปี
  • ตรวจสอบคุณภาพยาที่จัดซื้อ โดยมีหนังสือรับรองผลการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานที่สธ.รับรอง( ภาคผนวก 2-7 )
1.3 หลักการและมาตรการปฏิรูประบบ บริหารเวชภัณฑ์ ในแผนแม่บทการพัฒนา สุขภาพที่ดีด้วยต้นทุนต่ำ (Good Health at Low Cost) ให้กรม/จังหวัด/หน่วยงานดำเนินการ
  • ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านเวชภัณฑ์และดำเนินการในรูปคณะกรรมการทุกระดับ
  • ให้มีแผนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ของหน่วยงานที่ชัดเจน
  • จำกัดจำนวนรายการยาในบัญชีรายการยาของสถานพยาบาลแต่ละระดับตามที่ สธ. กำหนด
  • กำหนดสัดส่วนรายการยา ED ในบัญชีรายการยา และ สัดส่วนเงินบำรุงในการซื้อยา ED
  • กำหนดให้คัดเลือกยาที่มีชื่อสามัญเดียวกันไว้ใช้ในโรงพยาบาล ชื่อสามัญละ 1 รายการ
  • ให้มีการจัดหาเวชภัณฑ์ร่วมกันในระดับจังหวัด/กรมต่างๆ ในรายการยาที่มีการใช้มาก
  • ให้รพศ./รพท.ผลิตยาสนับสนุนสถาน บริการ ระดับรอง
  • ลดรายการสำรองยาของโรงพยาบาลลงให้เหลือไม่เกิน 3 เดือน
  • ให้มีการประเมินการใช้ยาในโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดการใช้ยาที่เหมาะสม
2. สร้างเอกภาพของการบริหาร
ให้มีการดำเนินการพัฒนางานตามมาตรการปฏิรูประบบบริหารเวชภัณฑ์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานและพัฒนาระบบบริหารเวชภัณฑ์ของ สธ. ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานใน สธ. และผู้ทรงคุณวุฒินักวิชาการจากหน่วยงานอื่น เช่น ทบวงมหาวิทยาลัยโดยมีบทบาทรับผิดชอบ ดังนี้
  • ประสานงานและพัฒนารายละเอียดของมาตรการต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • ให้คำปรึกษาต่อ สธ. เพื่อพัฒนาและติดตามปัญหาใน เชิงระบบและสะท้อนกลับไปยังหน่วยงานปฏิบัติแต่ละหน่วย ในการเร่งรัด หรือพัฒนาการ ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในภาพรวม
3.การจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อเวชภัณฑ์
ให้มีการจัดสรรโดยมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเป็นธรรม ตรวจสอบได้ ส่วนกลาง
มีการดำเนินการจัดสรรงบประมาณในรูปคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการ จัดสรรและเสนอต่อผู้บริหารสธ.

ระดับจังหวัด
  • มีการดำเนินการจัดสรรในรูปคณะกรรมการและมีกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ชัดเจน
  • ให้หน่วยงานต่างๆในระดับจังหวัดมีส่วนร่วมในการจัดสรร
4. การกำหนดความต้องการ
4.1 การคัดเลือกรายการยา
  • ให้มีการคัดเลือก/จัดทำบัญชีรายการ
  • ยาของระดับจังหวัดและหน่วยงาน
กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกยา โดยเน้นเรื่อง
  • เป็นยาที่ตรงกับความต้องการในการใช้และอุบัติการของโรคในพื้นที่
  • มีหลักฐานทางวิชาการที่เชื่อได้ว่ามีประสิทธิภาพ ในการรักษา
  • ยาที่อยู่ในกลุ่มย่อยทางเภสัชวิทยาเดียวกันหรือมีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนกันหรือใกล้เคียงกันให้ คัดเลือกไว้ใช้ในหน่วยงานได้ไม่เกิน 2 รายการ
4.2 การกำหนดปริมาณและระยะเวลาดำเนินการ
  • ให้มีแผนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์
1. ให้คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดแต่ละหน่วยงานจัดทำแผนการจัดซื้อยาและ เวชภัณฑ์ประจำปีโดยอิงตามข้อมูลการใช้ย้อนหลัง
2. ดำเนินตามแผนจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ประจำปี
3. ในกรณีที่ต้องมีการปรับแผนให้เสนอต่อคณะกรรมการในแต่ละระดับเห็นชอบ
5. การจัดหา
5.1 ด้านคุณภาพเวชภัณฑ์
  • ให้คัดเลือกบริษัทและยาที่มีคุณภาพ
ให้มีการกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกบริษัทและคุณภาพของยา
  • ให้มีคณะทำงานคัดเลือกคุณภาพ เพื่อเลือกบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพสำหรับจัดซื้อต่อไป
  • กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกอง ร.พ.ร่วมพัฒนา ระบบการประกันและควบคุมคุณภาพ ยา รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลคุณภาพยา เพื่อใช้ เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคัดเลือกยา
5.2 ขยายฐานการตัดสินใจและการมีส่วน ร่วมในการบริหารเวชภัณฑ์
  • ให้มีการบริหารเวชภัณฑ์ในรูปของ คณะกรรมการทุกระดับ
คณะกรรมการ ได้แก่
  • ระดับจังหวัด คือ คณะกรรมการบริหารเวชภัณฑ์ระดับจังหวัด
  • ระดับอำเภอ คือ คณะกรรมการ ประสานงาน สาธารณสุขระดับอำเภอ (คปสอ.)
  • ระดับหน่วยงาน คือ คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดโดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ
5.3 การเพิ่มอำนาจต่อรองในการจัดซื้อ
  • ให้มีการจัดหาร่วมกันในระดับ กรม/จังหวัดเพื่อให้ได้ราคาที่ เหมาะสม
ให้กรม/จังหวัดดำเนินการ
  • ให้มีคณะกรรมการจัดหาเวชภัณฑ์ร่วมกันในระดับกรม/จังหวัดโดยอาจดำเนินการคัดเลือกรายการยาและเวชภัณฑ์มิใช่ยาที่มีการใช้ร่วมกัน และมีมูลค่าใช้ร่วมสูงสุดในจังหวัด 100 อันดับแรกของ เวชภัณฑ์แต่ละประเภทหรือ รายการ เวชภัณฑ์ที่มีมูลค่าการใช้รวมกันไม่น้อยกว่า ครี่งหนึ่งของ งบประมาณ ในการจัดซื้อเวชภัณฑ์ เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ดำเนินการ และให้ตัด รายการยา และ เวชภัณฑ์ ที่มิใช่ยาที่ GPOผลิต ซึ่งต้องจัดซื้อจาก GPO ตามระเบียบพัสดุออก
  • ให้มีการหมุนเวียนคณะกรรมการ ทุก 2 ปี
5.4 ระบบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจซึ่งเป็นข้อมูลสาธารณะ
  • ข้อมูลราคาอ้างอิง (Reference price)
  • ข้อมูลประกอบการตัดสินใจจัดซื้อ เวชภัณฑ์
พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจจัดซื้อ
1. ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านยา
  • สธ.จัดทำบัญชีราคายาและวัสดุการแพทย์อ้างอิง (Reference price)
  • รายงานการตรวจสอบคุณภาพยา (ประสานงานกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)
  • รายงานสถานการณ์ความก้าวหน้าในการ ดำเนินงานปฏิรูประบบบริหารเวชภัณฑ์ แจ้งเวียน ให้หน่วยงานต่าง ๆ ทุก 3 เดือน ในรูปจดหมาย ข่าว และ เสนอ ข้อมูล ดังกล่าวใน Website ของ สธ.
2. กำหนดข้อมูลในบันทึกขออนุมัติซื้อเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ โดยประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้
  • รายการและจำนวนที่จะซื้อ
  • จำนวนคงเหลือ
  • อัตราการใช้ ย้อนหลัง
  • ราคาที่จะซื้อ
  • ราคาซื้อครั้งหลังสุด
  • ราคากลาง หรือราคาอ้างอิง (ถ้ามี) (ภาคผนวก 8)
6. ระบบการตรวจสอบ
ให้มีการควบคุม ตรวจสอบในทุกระดับ ให้มีการควบคุมกำกับและตรวจสอบ ดังนี้
ส่วนกลาง
  • สำนักตรวจราชการกระทรวงพร้อมด้วยทีมนิเทศงานด้านบริหารเวชภัณฑ์ออกนิเทศติดตามผลการดำเนินการในกรณีปกติปีละ 2 ครั้ง และรายงาน ผู้บริหารสธ. ทุกครั้ง เมื่อพบปัญหา
  • การตรวจสอบโดยสำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
  • ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านยา สธ.สรุปความ ก้าวหน้า ในการดำเนินงานของกรม และจังหวัด ต่าง ๆ ให้ผู้บริหาร สธ. ทราบเป็นระยะ ๆ (ทุก 3 เดือน)
ระดับจังหวัด
  • คณะกรรมการบริหารเวชภัณฑ์ระดับจังหวัดมีหน้าที่กำหนดนโยบายบริหารเวชภัณฑ์ระดับจังหวัดกำกับการดำเนินการบริหารเวชภัณฑ์ ของหน่วยงานในจังหวัดตามแผนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์และตรวจสอบราคาจัดซื้อตามข้อมูลราคาอ้างอิงของ สธ.
  • คณะกรรมการติดตามและพัฒนาระบบบริหารเวชภัณฑ์ระดับจังหวัด มีหน้าที่นิเทศติดตาม และพัฒนาระบบบริหารเวชภัณฑ์ของหน่วยงาน ต่างๆในจังหวัด
7. ระบบการรายงาน
ให้มีการดำเนินการรายงานผลการดำเนินการทุกระดับเพื่อเสนอหน่วยงานที่ควบคุมกำกับสามารถติดตาม และวิเคราะห์ปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ไข ส่วนกลาง
  • สำนักตรวจราชการเสนอรายงานผลการตรวจราชการทุกครั้งที่มีการออกตรวจต่อผู้บริหาร สธ.
  • ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านยา สธ. รายงานความ ก้าวหน้า การดำเนินการ ปฏิรูประบบบริหาร เวชภัณฑ์ เสนอต่อผู้บริหาร สธ.และเผยแพร่ รายงาน ในจม.ข่าว สธ.และ Website ของศูนย์ ข้อมูลฯ
  • คณะกรรมการประสานงานและพัฒนาระบบ บริหารเวชภัณฑ์ รายงานผลการพัฒนและติดตาม ปัญหาในเชิงระบบ เสนอต่อผู้บริหาร สธ. เพื่อ สะท้อนกลับไปยังหน่วยงานปฏิบัติต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา
จังหวัด
  • สสจ.ส่งรายงานการจัดหาร่วมให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านยาสธ. ทุกครั้งที่มีการดำเนินการ
  • รวบรวมรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินการปฏิรูประบบบริหารเวชภัณฑ์ ทุก 3 เดือน ของ รพช./สอ. ต่อศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านยา สธ. ตามแบบฟอร์มที่กำหนด
หน่วยงาน
ให้รพศ./รพท. รายงานความก้าวหน้าการดำเนิน การปฏิรูประบบ บริหารเวช ภัณฑ์ทุก 3 เดือน ต่อศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ด้านยาตามแบบฟอร์ม ที่กำหนด ( ภาคผนวก 9)





หน้าแรก I ราคายาและเวชภัณฑ์ l คุณภาพยาและเวชภัณฑ์ l ข่าวและกิจกรรม l สารพันปัญหา l นานาสาระ l นโยบายและระเบียบ l เกี่ยวกับเรา l ติดต่อเรา

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราขบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2544 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านเวชภัณฑ์