มติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง (19 พฤษภาคม 2552)
                จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุข ดังนี้
       ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
       ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. ....
       การปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553
       แนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชน
       การปรับแผนการฝึกอบรม จัดประชุมสัมมนา และการดูงาน
       ขอมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานราชการสำรวจและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเข้าถึงได้


ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
                คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีชุดก่อนได้มีมติอนุมัติหลักการและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้
                สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง
                1. กำหนดให้ใช้ที่ราชพัสดุเพื่อประโยชน์แก่การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการได้
                2. กำหนดให้ผู้ใช้ที่ราชพัสดุจัดทำรายงานเกี่ยวกับที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองหรือใช้ประโยชน์ต่อกรมธนารักษ์
                3. กำหนดให้ที่ราชพัสดุที่กระทรวง ทบวง กรม สงวนไว้แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทางราชการ หรือที่ราชพัสดุที่ใช้ประโยชน์เป็นสนามบินและยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อดำเนินการท่าอากาศยาน นำมาจัดหาประโยชน์โดยการจัดให้เช่าหรือโดยวิธีการจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่น
                4. กำหนดให้ผู้ใช้ที่ราชพัสดุส่งที่ราชพัสดุที่มีที่ว่างหรือมีการใช้ประโยชน์ไม่เหมาะสมหรือไม่คุ้มค่าคืน กรมธนารักษ์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางราชการตามนโยบายรัฐบาลและภารกิจอื่นที่เหมาะสมและมีความคุ้มค่ากว่าต่อไป

ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. ....
                คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้
                สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง
                กำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต (ร่างข้อ 1)
                กำหนดหลักเกณฑ์การยื่นขอรับใบอนุญาต (ร่างข้อ 2 และร่างข้อ 3)
                กำหนดเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตและกำหนดให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้กำหนดแบบของใบอนุญาต (ร่างข้อ 4)
                กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับอนุญาตต้องรายงานผลการดำเนินการตามที่ได้รับใบอนุญาตนั้น (ร่างข้อ 11)
                กำหนดให้ยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ณ กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (ร่างข้อ 12)

การปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553
                คณะรัฐมนตรีพิจารณาการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ แล้วมีมติดังนี้
                1. เห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ของกระทรวง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น
                2. ให้สำนักงบประมาณนำข้อเสนอตามข้อ 1 ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไปจัดทำเป็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 และเอกสารประกอบงบประมาณ โดยให้ส่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ดังกล่าว ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน และแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงบประมาณทราบโดยตรงก่อนนำไปจัดพิมพ์เป็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 และเอกสารประกอบงบประมาณ และนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2552 และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
                สาระสำคัญของเรื่อง
                สำนักงบประมาณสรุปผลการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ได้ดังนี้
                1. การปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ภายในกรอบวงเงินของกระทรวง
                ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ได้เสนอขอปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ภายในกรอบวงเงินที่กระทรวงได้รับและได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดในการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายแล้วจำนวน 12 กระทรวง/หน่วยงาน วงเงินรวมจำนวน 25,832.4 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณได้พิจารณาถึงความจำเป็นและความเหมาะสมตามแนวทางการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 แล้ว เห็นสมควรให้มีการปรับปรุงรายละเอียดภายในกรอบวงเงินของกระทรวงจำนวน 12 กระทรวง/หน่วยงาน วงเงิน 17,983.0 ล้านบาท

ตาราง สรุปการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ภายในกรอบวงเงินของกระทรวง

หน่วย : ล้านบาท

ส่วนราชการ

งบประมาณ
ปี 2552

วงเงินตาม
มติครม. 6 พ.ค.52

การปรับปรุงงบประมาณ
(ในกรอบวงเงินของกระทรวง)  

วงเงิน
หลังการปรับปรุง

+ ส่วนราชการเสนอ

+ ข้อเสนอสำนัก
งบประมาณ

รวมทั้งสิ้น

1,951,700.0000

1,700,000.0000

25,832.3866

17,982.9698

1,700,000.000

1. งบกลาง

254,583.0849

220,368.5469

500.0000

500.0000

220,368.5469

2. สำนักนายกรัฐมนตรี

40,777.2833

22,445.4781

156.8543

61.2533

22,445.4781

3. กระทรวงกลาโหม

170,157.3938

151,590.7565

3,785.8644

3,785.8644

151,590.7565

4. กระทรวงการคลัง

202,380.2991

215,886.1197

80.0000

80.0000

215,886.1197

5. กระทรวงการต่าง ประเทศ

8,150.3361

7,273.8227

-

-

7,273.8227

6. กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา

4,989.2462

4,041.1387

-

-

4,041.1387

7.กระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์

9,698.6278

8,727.3185

-

-

8,727.3185

8. กระทรวงเกษตร และสหกรณ์

70,822.9613

55,865.5915

-

-

55,865.5915

9. กระทรวงคมนาคม

72,193.8866

51,196.2230

320.2875

292.7135

51,188.6490

10. กระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

21,363.2571

18,856.7569

8.0000

8.0000

18,856.7569

11. กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศฯ

3,732.4360

3,808.6160

-

-

3,808.6160

12. กระทรวงพลังงาน

2,315.4925

2,115.1594

-

-

2,115.1594

13. กระทรวงพาณิชย์

7,416.5642

6,097.5285

-

-

6,097.5285

14. กระทรวงมหาดไทย

207,826.3437

185,618.8019

19,994.1549

12,286.7710

185,618.8019

15. กระทรวงยุติธรรม

16,507.2160

15,280.8673

254.4903

254.4903

15,280.8673

16. กระทรวงแรงงาน

43,822.2057

22,754.4544

6.2500

6.2500

22,754.4544

17. กระทรวงวัฒนธรรม

4,936.9458

4,477.3336

-

-

4,477.3336

18. กระทรวง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

8,026.7979

7,642.4354

-

-

7,642.4354

19. กระทรวงศึกษาธิการ

350,556.5912

345,665.4801

603.5148

577.5533

345,665.4801

20. กระทรวงสาธารณสุข

71,995.8631

72,342.7800

24.4704

24.0000

72,342.7800

21. กระทรวงอุตสาหกรรม

6,013.8158

5,418.8593

-

-

5,418.8593

22. ส่วนราชการไม่สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง

79,641.3668

74,540.8032

-

-

74,540.8032

23. หน่วยงานของรัฐสภา

8,003.4907

3,884.3540

-

-

3,884.3540

24. หน่วยงานของศาล

12,722.8987

12,329.9903

-

-

12,329.9903

25. หน่วยงานของ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ

10,569.1830

10,236.9542

-

-

10,236.9542

26. จังหวัดและกลุ่มจังหวัด

18,279.4600

3,300.0000

-

-

3,300.0000

27. รัฐวิสาหกิจ**

67,611.6720

49,733.1040

98.5000

106.0740

49,740.6780

28. สภากาชาดไทย

3,092.5047

2,794.8668

-

-

2,794.8668

29. กองทุนและเงินทุน หมุนเวียน

126,833.1222

115,705.8591

-

-

115,705.8591

30. รายจ่ายเพื่อ ชดใช้เงินคงคลัง

46,679.6538

-

-

-

-


หมายเหตุ **วงเงินรวมของรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น เนื่องจากกระทรวงคมนาคมปรับลดงบประมาณลงจำนวน 7.5740 ล้านบาท ไปเพิ่มกับสถาบันการบินพลเรือนจำนวน 7.5740 ล้านบาท
                2. การปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ตามนัยข้อ 1 มีข้อประกอบการพิจารณา ดังนี้
                       2.1 กระทรวง/หน่วยงานที่เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณตามยุทศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ และแผนงานมีความเหมาะสมแล้ว และไม่เสนอปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 จำนวน 17 กระทรวง/หน่วยงาน
                       2.2 กระทรวงที่เสนอขอปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ภายในกรอบวงเงินของกระทรวง ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเสนอการปรับปรุงเป็นไปตามหลักเกณฑ์และ มีความเหมาะสม สมควรให้ปรับปรุงตามที่เสนอมา จำนวน 7 กระทรวง/หน่วยงาน ได้แก่ งบกลาง กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นการปรับปรุงตามนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวง และสอดคล้องกับลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน
                       2.3 กระทรวง/หน่วยงานที่เสนอขอปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ภายในกรอบวงเงินของกระทรวง ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเสนอการปรับปรุงบางรายการ ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ หรือยังมีเงื่อนไขที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที หรือไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการ จึงไม่เห็นสมควรปรับปรุงรายละเอียดบางรายการ จำนวน 5 กระทรวง/หน่วยงาน
                       2.4 สำนักงบประมาณได้พิจารณาการจัดสรรงบประมาณตามโครงสร้างยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณฯ แผนงานต่าง ๆ ในภาพรวมแล้ว เห็นว่าเพื่อให้เกิดมาตรฐานการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกันของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเห็นสมควรให้ปรับแผนงาน ภายในกรอบวงเงินของกระทรวง/หน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานและยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณฯ โดยการปรับเปลี่ยนแผนงานดังกล่าวไม่มีผลกระทบกับผลผลิต/โครงการและงบประมาณที่ได้รับจากการจัดสรรไว้ จำนวน 3 กระทรวง/หน่วยงาน เป็นเงิน 8,713.5 ล้านบาท
                       2.5 ผลการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ดังกล่าว มีผลทำให้เริ่มรายการผูกพันงบประมาณข้ามปีรายการใหม่ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 จำนวน 62.0 ล้านบาท และมีผลให้วงเงินผูกพันงบประมาณของกระทรวง/หน่วยงานเพิ่มขึ้น จากเดิมอีกจำนวน 486.4 ล้านบาท
                       2.6 สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 ปรากฏว่า มีกระทรวง/หน่วยงานบางแห่งยังไม่ได้จัดส่งคำขอปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ให้สำนักงบประมาณอย่างเป็นทางการ จึงใคร่ขอให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดยืนยันคำขอการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณที่เสนอครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 ต่อไปด้วย
                3. การเสนอขอเพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 นอกกรอบวงเงินของกระทรวง
                มีกระทรวงเสนอขอเพิ่มวงเงินงบประมาณนอกกรอบวงเงินของกระทรวง ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้วจำนวน 10 กระทรวง วงเงินจำนวน 11,410.5 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นสมควรสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้กระทรวงดำเนินการจำนวน 8 กระทรวง ในวงเงินรวม 5,361.7 ล้านบาท โดยวงเงินที่เสนอเพิ่มเติมให้กระทรวงดังกล่าวเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานเรื่องที่สำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายเร่งด่วนของกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อให้วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 อยู่ในกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบไว้ จำนวน 1,700,000.0 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นลงในจำนวนเท่ากันคือ 5,361.7 ล้านบาท

แนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชน
                คณะรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชน ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร.เสนอ แล้วมีมติดังนี้
                1. เห็นชอบแนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชน และมีมติให้องค์การมหาชนทุกแห่งนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
                2. เห็นชอบการปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2547 (เรื่อง การปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราเงินเดือนฯ หลักเกณฑ์การกำหนดเบี้ยประชุมฯ และการพัฒนาการดำเนินงานและการประเมินผลองค์การมหาชน) จากเดิม ที่อนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 8 (ฝ่ายกฎหมาย ระบบราชการและการประชาสัมพันธ์) ข้อ 2.4 ว่า “เห็นควรกำหนดกรอบวงเงินรวมสำหรับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสำหรับองค์การมหาชน เช่น เงินเดือน ค่าตอบแทน เบี้ยประชุม เป็นต้น ไว้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินอุดหนุนประจำปี หากองค์การมหาชนใดไม่สามารถดำเนินการให้อยู่ในกรอบวงเงินดังกล่าวได้ ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณายกเว้นเป็นราย ๆ ไป” เป็น “เห็นควรกำหนดกรอบวงเงินรวมสำหรับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสำหรับองค์การมหาชน เช่น เงินเดือน ค่าตอบแทน เบี้ยประชุม เป็นต้น ไว้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินอุดหนุนประจำปี หากองค์การมหาชนใดไม่สามารถดำเนินการให้อยู่ในกรอบวงเงินดังกล่าวได้ ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี โดยให้ขอความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย”
                สาระสำคัญของเรื่อง
                1. สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานว่า วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การมหาชนตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 ก็เพื่อรองรับกรณีที่รัฐบาลมีแผนงานหรือนโยบายด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะเพื่อจัดทำบริการสาธารณะและมีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งหน่วยงานบริหารขึ้นใหม่แตกต่างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยมุ่งหมายให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรเป็นหลัก อย่างไรก็ดี การบริหารงานของคณะกรรมการองค์การมหาชนบางแห่งยังไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล สำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้จัดทำแนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชนเพื่อให้คณะกรรมการองค์การมหาชนนำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติ เพื่อมุ่งให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล
                2. สาระสำคัญของแนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชนประกอบด้วยแนวทางที่ต้องปฏิบัติและพึงปฏิบัติ ดังนี้
                       2.1 ที่มา
                       สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดทำข้อเสนอการกำหนดแนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชน เพื่อให้คณะกรรมการองค์การมหาชนนำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติ เพื่อมุ่งให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลตนเองที่ดี
                       ทั้งนี้ แนวทางการบริหารของคณะกรรมการสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
                            2.1.1 แนวทางที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งมีที่มาจากการมีข้อกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ รวมทั้งแนวทางที่เป็นหลักการพื้นฐานในการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
                            2.2.2 แนวทางที่เป็นข้อเสนอแนะ ซึ่งมีที่มาจากตัวอย่างการบริหารจัดการที่ดีของคณะกรรมการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ
                       2.2 วัตถุประสงค์
                            2.2.1 กำหนดมาตรฐานในการบริหารงานของคณะกรรมการองค์การมหาชน
                            2.2.2 คณะกรรมการองค์การมหาชนนำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติ
                            2.2.3 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการองค์การมหาชน
                       2.3 โครงสร้างคณะกรรมการองค์การมหาชน
                            2.3.1 องค์ประกอบและคุณสมบัติ (พึงปฏิบัติ)
                               คณะกรรมการองค์การมหาชนมาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐมนตรีและจะต้องมีจำนวนตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งแต่ต้องไม่เกินสิบเอ็ดคน และประธานกรรมการและกรรมการขององค์การมหาชนซึ่งมิใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 20 และมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542
                            2.3.2 การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ (ต้องปฏิบัติ)
                               รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นผู้กำหนดระเบียบว่าด้วยการสรรหาประธานกรรมการ กรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยกรรมการขององค์การมหาชนจะดำรงตำแหน่งเกินกว่าสามแห่งมิได้
                            2.3.3 การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ (ต้องปฏิบัติ)
                               การได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษา และอนุกรรมการขององค์การมหาชนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2547 ส่วนการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่น ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษาได้รับประโยชน์ตอบแทนอื่นเฉพาะในกรณีเดินทางไปปฏิบัติงานขององค์การมหาชน เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะฯ ในอัตราที่ราชการกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือน ระดับ 10 ส่วนอนุกรรมการให้ได้รับในอัตราที่ราชการกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือน ระดับ 9 ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
                               อนึ่ง สำหรับอัตราเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้ได้รับในอัตราเดียวกับคณะอนุกรรมการ
                            2.3.4 คณะอนุกรรมการที่จำเป็น (ต้องปฏิบัติ)
                               คณะกรรมการสามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยปฏิบัติงานในการบริหารองค์การมหาชนและเพื่อเชื่อมโยงการบริหารและติดตามงาน โดยควรกำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการ
                       2.4 บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ (ต้องปฏิบัติ)
                       อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นไปตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542
                       2.5 แนวทางการวางแผนยุทธศาสตร์ (พึงปฏิบัติ)
                       คณะกรรมการมีหน้าที่กำกับการวางแผนยุทธศาสตร์ โดยยึดแนวทาง ดังนี้
                            2.5.1 กระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงาน
                            2.5.2 การทบทวนและปรับแผน
                            2.5.3 การควบคุมและติดตามผลการปฏิบัติตามแผน
                       2.6 แนวทางการบริหารการเงิน
                       คณะกรรมการมีหน้าที่กำกับการบริหารการเงินขององค์การมหาชนโดยยึดแนวทาง ดังนี้
                            2.6.1 ต้องกำกับให้มีการจัดวางระบบงานในด้านการเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ และการจัดทำระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง
                            2.6.2 พึงกำกับให้มีการกำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพขององค์การมหาชน
                            2.6.3 พึงกำกับให้องค์การมหาชนลดค่าใช้จ่ายและ/หรือหารายได้
                       2.7 แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล
                       คณะกรรมการมีหน้าที่กำกับการบริหารงานบุคคลขององค์การมหาชนโดย
                            2.7.1 ต้องกำกับให้ฝ่ายบริหารจัดทำระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการบริหารงานทั่วไป ให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าการบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ขององค์การมหาชน
                            2.7.2 พึงใช้ระบบสัญญาจ้างกับเจ้าหน้าที่ขององค์การมหาชนทุกตำแหน่ง โดยพิจารณาจำแนกเป็นตำแหน่งบริหารและตำแหน่งผู้ปฏิบัติ
                            2.7.3 ต้องกำกับให้ผู้อำนวยการใช้ประโยชน์ทรัพยากรบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
                            2.7.4 ต้องกำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่ม

อัตราขั้นต่ำและขั้นสูงต่อเดือน (บาท)

กลุ่มที่ 1

100,000-300,000

กลุ่มที่ 2

100,000-250,000

กลุ่มที่ 3

100,000-200,000


                            2.7.5 ต้องกำหนดอัตราเงินเดือนและสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่และลูกจ้างที่เหมาะสม
                            2.7.6 พึงควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคคล
                            2.7.7 ต้องกำกับให้มีการจัดทำระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานในทุกตำแหน่ง
                            2.7.8 พึงส่งเสริมให้มีการนำแนวคิดสมรรถนะมาใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล
                       2.8 แนวทางการควบคุมภายใน (ต้องปฏิบัติ)
                       คณะกรรมการต้องกำหนดให้มีผู้ตรวจสอบภายในทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผล และให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการ และต้องกำกับให้ฝ่ายบริหารจัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการประเมินผล การควบคุมภายในตามแนวทางของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
                       2.9 แนวทางการบริหารทั่วไป
                            2.9.1 คณะกรรมการต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
                            2.9.2 คณะกรรมการพึงส่งเสริมให้องค์การมหาชนนำแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR : Corporate Social Responsibility) มาปรับใช้ในการดำเนินงาน
                       2.10 แนวทางการบริหารการประชุม
                       คณะกรรมการต้องกำกับให้มีการจัดประชุมทุกเดือนหรืออย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ควรกำกับการบริหารการประชุมตามแนวทางที่กำหนดไว้
                       2.11 แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน (ต้องปฏิบัติ)
                            2.11.1 การประเมินหน่วยงาน
                            2.11.2 การประเมินตนเองของคณะกรรมการ
                            2.11.3 การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการและผู้บริหารระดับสูง
                       2.12 การจัดทำประมวลจริยธรรมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ (ต้องปฏิบัติ)
                       คณะกรรมการองค์การมหาชนต้องกำกับให้มีการจัดทำประมวลจริยธรรมขององค์การมหาชนซึ่งประกอบด้วย
                            2.12.1 ค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรม
                            2.12.2 จริยธรรมขององค์การมหาชน ประกอบด้วยจริยธรรมองค์การ จริยธรรมของคณะกรรมการ และจริยธรรมของผู้ปฏิบัติงาน
                            2.12.3 กลไกและระบบในการบังคับการให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม
                            2.12.4 ขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงของการกระทำ
                3. ก.พ.ร. ในการประชุมครั้งที่ 2/2552 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ได้พิจารณาเรื่อง แนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชนแล้ว มีมติเห็นชอบและเห็นควรให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

การปรับแผนการฝึกอบรม จัดประชุมสัมมนา และการดูงาน
                คณะรัฐมนตรีพิจารณาการปรับแผนการฝึกอบรม จัดประชุมสัมมนา และการดูงาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ โดยให้ส่วนราชการที่ได้ทำการปรับแผนการฝึกอบรม จัดประชุมสัมมนา และดูงานในต่างประเทศตามที่ได้เสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอรายละเอียดการปรับแผนฯ ดังกล่าวไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการปรับแผนและขอเบิกจ่ายงบประมาณต่อไป
                สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า
                1. ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 เห็นชอบให้ทุกส่วนราชการรับไปตรวจสอบและพิจารณาทบทวนและปรับปรุงแผนการฝึกอบรมฯ ในความรับผิดชอบอีกครั้งหนึ่ง แล้วแจ้งผลการพิจารณาให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ส่งไปยังฝ่ายเลขานุการ รศก. (สศช.) ภายในวันที่ 17 มีนาคม 2552 เพื่อรวบรวมนำเสนอนายกรัฐมนตรีและรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบต่อไป นั้น
                2. ส่วนราชการได้ปรับปรุงแผนเพิ่มเติมและรายงานมายัง สศช. โดยมีผลการปรับปรุงแผนฯ ครั้งล่าสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2552 สรุปได้ดังนี้
                       2.1 ส่วนราชการได้ส่งผลการปรับแผนตามมติคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 15 กระทรวง (ประกอบด้วยหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่าจำนวน 112 กรม) ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวง จำนวน 3 หน่วยงาน และหน่วยงานอิสระ จำนวน 1 หน่วยงาน เมื่อพิจารณาส่วนราชการที่ได้ ทำการปรับแผนฯ ทั้งตามมติคณะรัฐมนตรีทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มีส่วนราชการปรับแผนฯ รวมทั้งสิ้น 20 กระทรวง (ประกอบด้วยหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่าจำนวน 155 กรม จังหวัดรวม 28 จังหวัด)
                       2.2 งบประมาณที่ได้รับปรับปรุงจากการฝึกอบรม ประชุมสัมมนา และดูงานในต่างประเทศมาเป็นในประเทศมีจำนวน 173.90 ล้านบาท จากงบประมาณที่จะจัดกิจกรรมดังกล่าวในต่างประเทศรวม 1,331.84 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13

ขอมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานราชการสำรวจและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเข้าถึงได้
                คณะรัฐมนตรีพิจารณาการขอให้หน่วยงานราชการสำรวจและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ เข้าถึงได้ ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ แล้วมีมติเห็นชอบ ดังนี้
                1. กำหนดให้หน่วยงานราชการดังต่อไปนี้ดำเนินการสำรวจและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเนื่องจากมีคนพิการใช้บริการมากตามลำดับ คือ
                       1.1 โรงพยาบาล จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2548 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา
                       1.2 หน่วยงานราชการ ได้แก่ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนจังหวัด/ส่วนตำบล/สำนักงานเทศบาลนคร/เมือง/ตำบลและเมืองพัทยา) สถาบันการศึกษา และสถานีตำรวจ จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้ายและสัญลักษณ์ และบริการข้อมูล ภายในปี 2554
                2. ให้หน่วยงานราชการดังกล่าวสามารถขอตั้งงบประมาณหรือเจียดจ่ายหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณในการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ โดยให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติ
                กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รายงานว่า
                1. แม้ว่าปัจจุบันจะมีกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ได้แก่ กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2542) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 และกฎกระทรวง พ.ศ. 2548 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาหาร พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา เช่น สถานที่จอดรถ ทางลาด ห้องน้ำ ห้องส้วม ลิฟท์ เป็นต้น แต่ปรากฏว่าอาคารสถานที่และสิ่งก่อสร้างของทางราชการส่วนใหญ่ได้ก่อสร้างก่อนประกาศใช้กฎกระทรวงดังกล่าวข้างต้น จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ ทำให้คนพิการมีอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณะต่าง ๆ
                2. ตามหนังสือเวียนสำนักงบประมาณได้กำหนดในกรณีสิ่งก่อสร้างเดิมที่ก่อสร้างแล้วยังไม่มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับคนพิการ ให้ใช้เงินรายได้สมทบเงินเหลือจ่าย หรือเจียดจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่จะดำเนินการดังกล่าวและขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง
                3. ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานราชการดำเนินการสำรวจและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเข้าถึงได้ โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและสภาพแวดล้อมสำหรับคนพิการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานอนุกรรมการให้จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของสถานที่ที่คนพิการจำนวนมากเข้าใช้ประโยชน์หรือรับบริการและควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีความจำเป็นสำหรับคนพิการก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ต่อมาคณะอนุกรรมการฯ ได้ประชุมครั้งที่ 2/2552 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 และมีมติเกี่ยวกับการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการตามที่เสนอดังกล่าว
ที่มา: สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรีโดยทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2552

ท่านสามารถเลือกอ่านหัวข้อข่าว และกิจกรรมอื่นๆ ได้จากรายการข้างล่างนี้





หน้าแรก I ราคายาและเวชภัณฑ์ l คุณภาพยาและเวชภัณฑ์ l ข่าวและกิจกรรม l สารพันปัญหา l นานาสาระ l นโยบายและระเบียบ l เกี่ยวกับเรา l ติดต่อเรา

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราขบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2544 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านเวชภัณฑ์